(280)
 (329)
 (506)
 (47)
 (27)
 (4)
 (44)
 (277)

 (61)
 (30)
 (6)
 (5)
 (9)
 (60)
 (11)
 (35)
 (31)
 (9)
 (10)

 (218)
 (93)
 (123)
 (119)
 (43)
 (20)
 (53)
 (29)
 (43)
 (19)
 (20)
 (13)

 (44)
 (15)
realist-logo

BOOKMARK

COMPARISON

SIGN IN

บัญชีผู้ใช้
ประกาศของฉัน
ออกจากระบบ

 (280)
 (329)
 (506)
 (47)
 (27)
 (4)
 (44)
 (277)

 (61)
 (30)
 (6)
 (5)
 (9)
 (60)
 (11)
 (35)
 (31)
 (9)
 (10)

 (218)
 (93)
 (123)
 (119)
 (43)
 (20)
 (53)
 (29)
 (43)
 (19)
 (20)
 (13)

 (44)
 (15)

ผู้ประกอบการโรงแรม แห่ลงทุนโรงแรม 3 ดาว!

09 Jan 2014

ผู้ประกอบการโรงแรม แห่ลงทุนโรงแรม 3 ดาว!

09 Jan 2014
 

ผู้ประกอบการโรงแรม แห่ลงทุนโรงแรม 3 ดาว

ภาพรวมตลาดโรงแรม 3 ดาว ขยายตัวขึ้น เพื่อรับนักท่องเที่ยวระดับกลางที่เพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง สาเหตุมาจากการเติบโตของ Low cost airline ในอัตราที่สูงมาก ทำให้กลุ่มทุนเกือบทุกกลุ่มหันมา focus โรงแรม 3-4 ดาว เพราะถึงแม้การแข่งขันจะสูง แต่ทำการตลาดง่ายกว่า คืนทุนเร็วกว่า Info : Prachachat Online (2-5 Jan 2014)    
Image : Top 10 low-cost Carriers at Suwannabhumi Airport by Airport of Thailand, Bangkok Post

โรงแรมแห่ผุด 3 ดาว รับนักท่องเที่ยวระดับกลางโต

ทุนไทย-เทศแห่ลงทุนโรงแรม 3 ดาว รองรับนักท่องเที่ยวระดับกลางพุ่ง ออนิกซ์ฯชูแบรนด์ “โอโซ-ชามา” หัวหอกหลัก “เซ็นทารา” ปั้น “โคซี่” เสริมฐานตลาดล่าง “ดิ เอราวัณ กรุ๊ป” ส่งฮ็อบ อินน์ กวาดตลาดล่าง หลังลุยเปิด ไอบิส-ฮอลิเดย์อินน์ ชี้ที่ลงทุนน้อย คืนทุนเร็ว แหล่งข่าวจากวงการธุรกิจโรงแรมเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ผลจากการเติบโตของสายการบินต้นทุนต่ำ หรือโลว์คอสต์แอร์ไลน์ อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้กลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมรายใหญ่เกือบทุกกลุ่ม ทั้งกลุ่มทุนในประเทศและต่างประเทศหันมาโฟกัสการลงทุนโรงแรมระดับ 3 ดาว และ 4 ดาว รวมถึงกลุ่มบัดเจ็ตโฮเต็ลเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เพื่อรองรับกับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เน้นในเรื่องของความคุ้มค่า คุ้มราคา และกลุ่มที่เดินทางโดยโลว์คอสต์แอร์ไลน์ที่มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นใน อัตราที่สูงมาก อาทิ กลุ่มเซ็นทารา ที่ประกาศจะส่งแบรนด์โคซี่ ที่เป็นแบรนด์ระดับกลางเข้ามาเสริม ขณะที่กลุ่มดิ เอราวัณ กรุ๊ป ที่เดิมเน้นโรงแรมระดับไฮเอนด์ก็หันมาเพิ่มน้ำหนักกับแบรนด์ไอบิส สำหรับเจาะตลาดระดับกลางมากขึ้น และล่าสุดได้เปิดตัวแบรนด์ ฮ็อบ อินน์ สำหรับเจาะตลาดต่างจังหวัดเพิ่มเข้ามาด้วย ฯลฯ ทั้งนี้จากรายงานของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (ทอท.) ระบุว่า จากการเก็บตัวเลขผู้โดยสารผ่านท่าอากาศยานหลักทั้ง 6 แห่งของ ทอท. เมื่อปี 2556 ที่ผ่านมา พบว่าสายการบินต้นทุนต่ำ เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 30.79% เมื่อเทียบกับปี 2555 ขณะที่ปี 2555 เติบโตเพิ่มขึ้นจากปี 2554 ถึง 15.28%
แหล่ง ข่าวรายนี้ยังระบุด้วยว่า นอกจากการรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เน้นความคุ้มค่า คุ้มราคา เหตุผลสำคัญที่ทำให้โรงแรมรายใหญ่หันมาลงทุนโรงแรมระดับ 3 ดาว หรือบัดเจ็ตโฮเต็ลดังกล่าว เนื่องจากการลงทุนโรงแรม 3 ดาวจะใช้งบฯลงทุนต่ำ และสามารถคืนทุนได้เร็ว เมื่อเทียบกับการลงทุนโรงแรมระดับ 5 ดาว หรือ 6 ดาว “แม้ว่าการแข่งขันของโรงแรมระดับ 3 ดาวในขณะนี้ สถานการณ์ค่อนข้างจะรุนแรง แต่จากแนวโน้มของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มคนระดับกลางและระดับล่างที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นในอัตราสูง จึงทำให้สามารถทำวอลุ่มได้มากกว่า” นายยุทธชัย จรณะจิตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้กรุ๊ป จำกัด ผู้บริหารโรงแรมแบรนด์อมารี กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงทิศทางการลงทุนว่า จะให้น้ำหนักกับการลงทุนในกลุ่มโรงแรมระดับ 3 ดาว และ 4 ดาวมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มของตลาดนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนมาเป็นกลุ่มคน ระดับกลางมากขึ้น โดยจะลงทุนในแบรนด์โอโซ และชามา ที่เป็นแบรนด์ระดับ 3 ดาว และแบรนด์อมารี ซึ่งเป็นแบรนด์ 4 ดาวเป็นหลัก อย่างไรก็ตามในส่วน ของตลาดไฮเอนด์ที่มีแบรนด์โอเรียนเต็ล และโอเรียนเต็ล เรสซิเดนท์ ก็จะยังคงลงทุนต่อเนื่องเช่นกันเพียงแต่จะลงทุนในปริมาณที่น้อยลง เนื่องจากเป็นโครงการที่ใช้เงินลงทุนที่สูง และค่าบำรุงรักษาก็สูงเป็นเงาตามตัวด้วย ที่สำคัญคือเป็นตลาดที่ขยับราคาขึ้นยาก ต้องใช้เวลานานเป็น 10 ปีสำหรับการคืนทุน “แบรนด์ที่ไปได้ดีในอนาคต คือ แบรนด์ระดับ 3 ดาว แม้การแข่งขันจะสูง แต่ทำตลาดง่ายกว่า และใช้เวลาในการคืนทุนได้เร็วกว่าด้วย” นายยุทธชัยกล่าว ด้านนายธีระ ยุทธ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงแรมและรีสอร์ตในเครือเซ็นทารา เปิดเผยว่า นอกจากแบรนด์เซ็นทาราที่เน้นจับตลาดระดับ 3 ดาวแล้ว ขณะนี้ยังได้เปิดตัวแบรนด์ “โคซี่” เพื่อเจาะตลาดอีโคโนมีโฮเต็ล ด้วยราคาห้องพักเฉลี่ย 1,000-1,200 บาท/คืน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบ แต่ขนาดห้องจะเล็กลง โดยจะเริ่มก่อสร้างภายในปี 2557 ประมาณ 3-4 แห่งที่กรุงเทพฯ เกาะสมุย และภูเก็ต คาดเปิดให้บริการได้ในปี 2558
ขณะ ที่นายชนินทธ์ โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า กลุ่มดุสิตฯอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อจะสร้างแบรนด์ 3 ดาวของดุสิตฯเอง ตลาดนี้เป็นตลาดที่มีดีมานด์สูง และยังมีโอกาสที่จะเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะตลาดจีน อินโดนีเซีย และอินเดีย และคาดว่าจะเห็นโรงแรม 3 ดาวแห่งแรกของดุสิตฯ ในปี 2558
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ในกลุ่มแอคคอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งปัจจุบันมีโรงแรมในเครือ 51 แห่ง ก็ยังเดินหน้าลงทุนต่อเนื่อง โดยมีแบรนด์โนโวเทล และไอบิส รองรับตลาดระดับกลาง เช่นเดียวกับ นางสาวกันยะรัตน์ กฤษณเทวินทร์ รองกรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่การเงิน บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่กล่าวว่า ขณะนี้ได้ให้ความสำคัญกับการลงทุนในโรงแรมระดับกลางและโรงแรมชั้นประหยัด เพิ่มมากขึ้น หลังจากที่เห็นแนวโน้มว่าโรงแรมระดับกลางและชั้นประหยัดมีทิศทางการขยายตัว ที่สูงมากในช่วงปีที่ผ่านมา โดยในปีนี้มีแผนจะลงทุนเพิ่มอีกราว 2,600 ล้านบาท สำหรับเปิดโรงแรมใหม่อีก 13 แห่ง โดยจะเน้นลงทุนในแบรนด์ไอบิส, เมอร์เคียว และฮอลิเดย์อินน์ นอกจากนี้ยังมีแบรนด์ฮ็อบ อินน์ ซึ่งเป็นแบรนด์ที่บริษัทพัฒนาขึ้นมาเอง พร้อมวางโพซิชันนิ่งไว้ที่ระดับ 2 ดาวอีก 10 แห่ง คาดว่าจะเริ่มทยอยเปิดให้บริการได้ในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2557 นี้ 5 แห่ง และในไตรมาส 4 อีก 5 แห่ง
“การลงทุนในโรงแรมระดับกลางและชั้นประหยัด ทำให้เราใช้เงินลงทุนไม่สูงมาก แต่สามารถคืนทุนได้เร็ว” นางสาวกันยะรัตน์กล่าว ที่มาข้อมูล : ประชาชาติธุรกิจ (วันที่ 3 ม.ค. 57)  

ACCOR

Image : Accor Hotels
Image : Ibis Budget
Image : Ozo, Chaweng, Samui
แบรนด์ ไอบิสเป็นแบรนด์ที่ ดิ เอราวัณกรุ๊ปเป็นผู้ลงทุน (ในไทย) และ แอคคอร์เป็นผู้บริหาร ที่ผ่านมา แบรนด์ไอบิส เติบโตอย่างมากในประเทศไทย มีโรงแรมภายใต้แบรนด์ไอบิส ซึ่งเป็นการลงทุนของดิเอราวัณ กรุ๊ป ถึง 8 แห่ง ล่าสุดเพิ่งเปิดโรงแรม ไอบิส หัวหิน จำนวน 200 ห้อง มูลค่าลงทุนราวห้องละ 1.1-1.2 ล้านบาท เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าคนไทย และนักท่องเที่ยวจากตลาดสแกนดิเนเวีย ยุโรป และเอเชีย ในช่วงไฮซีซัน ส่วนแห่งที่ 9 คือ โรงแรมเมอร์เคียว ไอบิส สยาม 380 ห้องและเป็นแห่งแรกในไทยที่มีทั้งโรงแรมไอบิสและเมอร์เคียวอยู่ในที่เดียวกัน นอกเหนือจากที่ได้เซ็นสัญญาร่วมกันไปแล้ว 10 แห่ง และอยู่ระหว่างการศึกษา จุดหลักยังคงเน้นในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นเมืองหลักด้านการท่องเที่ยว ประกอบกับการลงทุน ก็สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ของไอบิสด้วย คือมีจุดเด่นทั้งทำเลที่ตั้งที่ดี เช่น ใกล้สถานีรถไฟฟ้า หากเป็นเมืองชายทะเล ก็ต้องใกล้ชายหาด ความสะอาด การมีดีไซน์ที่ทันสมัย เพื่อให้โรงแรมในแบรนด์ไอบิสที่สร้างใหม่ทั้งหมด มีความทันสมัย คุ้มค่าเงิน ในราคาห้องพักเฉลี่ยราว 1,100 บาทต่อคืน โดยนเอัตราการเข้าพักเฉลี่ยราว 70% แอคคอร์รีแบรนด์ไอบิส ที่จะปรับเปลี่ยนเป็นเมกะแบรนด์ โดยแยกออกเป็น 3 ซับแบรนด์ เพื่อให้เหมาะสมกับเซ็กเมนต์ต่างๆ ได้แก่ 1. ไอบิส (ยังคงเหมือนเดิม เพราะถือเป็นส่วนสำคัญของโรงแรมราคาประหยัดของแอคคอร์ ) 2. ไอบิสสไตล์ (ปรับจากแบรนด์ “ออลซีซั่น” ) 3. ไอบิส บัดเจ็ต (ปรับจากแบรนด์ “อีแทป” โฮเทลส์) 2 ดาว Info : Than Online (6 March 2012)  

ONYX

แผนการขยายโรงแรมในไทยของ Onyx มองถึงการมีโรงแรมภายใต้แบรนด์โอโซราว 2-3 แห่งในกรุงเทพฯ โดยมองโลเกชันการขยายไปยังสีลม สาทร และบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา สำหรับต่างจังหวัดยังมองถึงการขยายในเชียงใหม่ ซึ่งเดิมเคยมีโรงแรมอมารี เชียงใหม่ แต่ขณะนี้หมดสัญญาไปแล้ว ประกอบกับมองการขยายโรงแรมโอโซไปที่จังหวัดชายแดน เช่น อุดรธานี หนองคาย และ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นต้น เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวอาเซียนซึ่งจะมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซีในปี 2558 Info : Than Online (11-14 August 2013)
Image : Novotel Siam Exterior
   

CENTARA

ผู้บริหาร COSI มองว่า ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ธุรกิจโรงแรมระดับไม่เกิน 3 ดาวจะโตเร็วและแข่งขันกันสูงขึ้น แต่ด้วยความเป็นแบรนด์ของเซ็นทารา ทำให้โรงแรมมีจุดแข็งเหนือคู่แข่ง COSI จะเป็น standardized product ให้บริการ Wi-Fi ฟรีทั้งโรงแรม ร้านอาหารจะให้บริการแบบสะดวกรวดเร็วแนว grab-n-go มีห้องประชุมสำหรับลูกค้า corporate และ entertainment corner COSI เป็นโรงแรมขนาด 150-200 ห้อง งบก่อสร้าง 300-600 ล้านบาท ราคาเข้าพักเริ่มที่ 999-1250 บาทต่อคืน โดยเน้นการจองห้องพักผ่านเว็บไซด์และ Mobile App สำหรับ COSI Hotels แห่งแรก จะสร้างขึ้นบนถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในต้นปี 2558 และขยายไปยังจุดต่างๆของกรุงเทพมหานคร ตลอดจนจังหวัดต่างๆ รวม 30 แห่ง ภายในปี 25632558 Info : Matichon Online (6 Febuary 2014)
Image :  Cosi
 

THE ERAWAN GROUP

แบรนด์ฮอป อินน์ เป็นแบรนด์ใหม่ของ ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จะใช้เจาะตลาดระดับล่าง เน้นลูกค้าในประเทศโดยเฉพาะต่างจังหวัด ซึ่งบริษัทประเมินมีความต้องการโรงแรมที่พักอาศัยในต่างจังหวัดอยู่อีกมาก และจะใช้โรงแรมแบรนด์ ฮอป อินน์ เพื่อเจาะตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะในแถบอาเซียนเช่นกัน คาดจะได้เห็นความคืบหน้าในการไปต่างประเทศในปี 2558 เบื้องต้นจะเปิดโรงแรม ฮอป อินน์ 5 แห่งในต่างประเทศ และวางเป้าจะมีโรงแรมฮอป อินน์ 100 แห่ง ภายในปี 2563 Info : Bangkok Biz news (27 Aug 2013)

Content Creator
Real Estate Database
REAL DATA เรารวบรวมข้อมูลอสังหาฯ ในกรุงเทพ ทั้งคอนโด, บ้าน, และประกาศขาย-เช่า นำเสนอข้อมูลอย่างเป็นระบบครบถ้วน แผนที่ที่ง่ายต่อการค้นหา รวมถึงมีราคาตลาด ยอดขาย และบทความวิเคราะห์เชิงลึก ทั้งในเรื่องความน่าเชื่อถือและน่าลงทุน ให้เราช่วยตามหาบ้านใหม่ที่ใช่สำหรับคุณ !

Condo Database

House Database

Sale & Rent

Image Shortcut
Image Shortcut
Real Estate Database
REAL DATA เรารวบรวมข้อมูลอสังหาฯ ในกรุงเทพ ทั้งคอนโด, บ้าน, และประกาศขาย-เช่า นำเสนอข้อมูลอย่างเป็นระบบครบถ้วน แผนที่ที่ง่ายต่อการค้นหา รวมถึงมีราคาตลาด ยอดขาย และบทความวิเคราะห์เชิงลึก ทั้งในเรื่องความน่าเชื่อถือและน่าลงทุน ให้เราช่วยตามหาบ้านใหม่ที่ใช่สำหรับคุณ !

ซื้อ-เช่า คอนโดกับเรา

เร็วกว่า ง่ายกว่า

ครบทุกฟีเจอร์ เจอห้องที่ใช่ทันที

coffee-iconพิเศษ! รับ Voucher
train-iconหลายสถานีรถไฟฟ้า
map-iconหลายทำเล
filter-iconFilter ครบ
target-iconSearch as Move
location-iconจบในหน้าเดียว