ถอดบทเรียน รถราง ระบบขนส่งมวลชนในอดีต

* โดยในบทความนี้มีเนื้อหาในลักษณะการรวบรวมข้อมูลจากหลากหลายแหล่งที่มาและนำมาสังเคราะห์ออกมาในลักษณะของการอธิบายและวิเคราะห์เนื้อหาให้สามารถเข้าใจได้ง่าย สะดวกต่อการเข้าถึงแก่บุคคลทั่วไปครับ *
ก่อนรถไฟฟ้า กรุงเทพฯ เคยมีรถรางมาก่อน

ทำความรู้จักรถรางในอดีต
ลักษณะของรถราง
รถรางในสมัยนั้นมีการแบ่งชั้นบริการเป็นรถรางชั้น 1 และชั้น 2 มีฉากลูกกรงไม้แบ่งครึ่งกลางคัน โดยรถรางชั้น 2 จะไม่มีเบาะรอง มีเพียงม้านั่งแข็งๆ แต่หากอยากนั่งสบายมีเบาะนุ่มๆ ก็ต้องเลือกนั่งรถรางชั้น 1 โดยต้องจ่ายเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว หน้าตาของรถรางนั้นก็คล้ายกับโบกี้รถไฟ แต่มีความยาวน้อยกว่า โดยสามารถแบ่งได้เป็น 2 รูปแบบ คือ แบบเปิดโล่ง และ แบบมีกระจกปิด





ป้ายหยุดรถ



เปิดผังเส้นทางของสายรถรางทั้งหมด !!!

ความเป็นมาของรถรางแต่ละสาย ที่น่าจดจำ

สายบางคอแหลม
ระยะทาง : 9.2 กม. เส้นทาง : ศาลหลักเมือง-ถนนตก ตั้งต้นจากศาลหลักเมืองวิ่งตามเส้นทางถนนเจริญกรุง แล้วไปสิ้นสุดที่บริษัท อู่เรือกรุงเทพ จำกัด (The Bangkok Dock Co., Ltd) หรือบริเวณถนนตกในปัจจุบัน


สายสามเสน
ระยะทาง : 11.3 กม. เส้นทาง : ท่าเขียวไข่กา-ศาลาแดง ต้นสายเริ่มตั้งแต่บางกระบือ ตรงท่าเรือเกียกกาย ถึงแยกวิทยุ ย่านบางลำพู ตรงจุดตัดถนนสามเสนกับถนนวิสุทธิกษัตริย์ในปัจจุบัน วิ่งตรงไปตามถนนสามเสน ข้ามสะพานนรรัตน์สถานมาตัดกับสายดุสิตหรือสายกำแพงเมืองตรงแยกบางลำพู จากนั้นวิ่งตรงตามถนนจักรพงษ์ ผ่านวัดชนะสงคราม ไปข้ามคลองคูเมืองเดิมที่สะพานเสี้ยว ก่อนจะเข้าสู่ถนนราชินีต่อไป


สายบางซื่อ
ระยะทาง : 4 กม. เส้นทาง : สถานีรถไฟบางซื่อ-ท่าเขียวไข่กา เริ่มต้นเส้นทางที่สถานีรถไฟบางซื่อ ถนนเทอดดำริห์ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนปูนซีเมนต์ไทย ถนนเตชะวณิช ผ่านตลาดบางซื่อ วัดธรรมาภิรตาราม เลี้ยวขวาเข้าถนนทหาร ผ่าน กรมการทหารสื่อสาร แยกเกียกกาย เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสามเสน ผ่าน โรงเรียนโยธินบูรณะ โรงเรียนราชินีบน เลี้ยวขวาเข้าซอยสามเสน 23 ชื่อเก่าคือซอยรถราง ซึ่งเป็นซอยทางเข้าของอู่รถรางบางกระบือ ซึ่งในปัจจุบันพื้นที่ อู่รถรางบางกระบือทั้งหมดได้เป็นของโรงเรียนราชินีบน มีการสร้างอาคารเรียนเต็มพื้นที่ ทำให้ซอยสามเสน 23ไม่สามารถทะลุออกไปถนนเขียวไข่กาได้เหมือนอดีต


สายอัษฎางค์
ระยะทาง : 0.5 กม. เส้นทาง : ซ.พระพิทักษ์-ท่าเรืออัษฎางค์


สายราชวงศ์
ระยะทาง : 0.5 กม. เส้นทาง : แยกเสือป่า-ท่าเรือราชวงศ์


สายหัวลำโพง
ระยะทาง : 4.4 กม. เส้นทาง : แยกบางลำพู-หัวลำโพง ต้นสายเริ่มตั้งแต่บริเวณแยกบางลำพู ถึงสถานีรถไฟกรุงเทพ หรือหัวลำโพง เส้นทางที่ผ่านพื้นที่ย่านบางลำพูเริ่มตั้งแต่สถานีต้นทางบางลำพู ไปทางถนนบวรนิเวศน์ แล้วเลี้ยวเข้าถนนตะนาว ออกจากพื้นที่ย่านบางลำพูที่แยกคอกวัว


สายดุสิต
ระยะทาง : 11.5 กม. เส้นทาง : วัดเทวราชกุญชร-วัดเลียบ-ถนนพระอาทิตย์ ระยะแรกของการเดินรถรางสายดุสิต วิ่งเพียงระยะทางสั้น ๆ ตั้งแต่สถานีต้นทางบริเวณแยกสี่เสาเทเวศร์ วิ่งตรงตามถนนพิษณุโลก เข้าถนนนครสวรรค์ ถนนจักรพรรดิพงษ์ และสิ้นสุดที่ถนนจักรวรรดิ บริเวณวัดเลียบ แต่ภายหลังรถรางสายดุสิตได้วิ่งรวมกับสายรอบเมือง คือ จากสถานีวัดเลียบ เดินรถเลียบกำแพงพระนครต่อ จนวนรอบกลับมาที่สถานีปลายทางวัดเลียบอีกครั้ง


สายกำแพงเมือง
ระยะทาง : 7.0 กม. เส้นทาง : วัดเลียบ-วัดเลียบ จากสถานีวัดเลียบ เดินรถเลียบกำแพงพระนคร ผ่านพื้นที่ย่านบางลำพู เข้าถนนพระอาทิตย์ โค้งตรงป้อมพระสุเมรุ เข้าสู่ถนนพระสุเมรุ แล้วตัดกับรถรางสายสามเสนและสายหัวลำโพงบริเวณแยกบางลำพู ก่อนจะวิ่งต่อตามถนนพระสุเมรุไปออกที่บริเวณแยกผ่านฟ้าลีลาศจนวนรอบกลับมาที่สถานีปลายทางวัดเลียบอีกครั้ง


สายสุโขทัย
ระยะทาง : 0.6 กม. เส้นทาง : วังสุโขทัย-บางกระบือ
สายสีลม
ระยะทาง : 4.5 กม. เส้นทาง : บางรัก-ประตูน้ำ เริ่มจากแยกบางรักต้นถนนสีลม (ถนนเจริญกรุง-ถนนสีลม) ผ่านอัสสัมชัญบางรัก เข้าสีลม ผ่านโรงพยาบาลเลิดสิน วัดแขก โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน เข้าราชดำริ ผ่านสวนลุมพินี ราชดำริ โรงพยาบาลตำรวจ หน้าเซ็นทรัลเวิลด์ สุดทางที่ท่าเรือประตูน้ำ


สายปทุมวัน
ระยะทาง : 4.5 กม. เส้นทาง : ยศเส-ประตูน้ำ เริ่มตั้งแต่สะพานกษัตริย์ศึก แยกยศเส ไปตามถนนพระรามที่ 1 ผ่านโลตัสพระราม 1 มาบุญครอง สยาม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนราชดำริ ผ่านหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ สิ้นสุดทางที่ท่าเรือประตูน้ำ

อวสานการเดินรถราง สู่รูปแบบการคมนาคมแบบใหม่ ?
ในที่สุดรถรางก็ต้องถูกยกเลิกไป โดยมีคำสั่งให้ยกเลิกการเดินรถทั้งหมดทุกสายในปี พ.ศ. 2511 อันเนื่องมาจากเหตุผลหลายประการ ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้


ถอดแนวคิดการพัฒนาเมืองจาก ระบบรถรางในอดีต
รถรางมีผลขนาดไหนกับการวางผังเมืองในอดีต ?

แนวคิดการเกิดระบบขนส่งมวลชนและปัจจัยการเลือกเส้นทาง
คำว่า ระบบขนส่งมวลชน ในอดีตคงยังไม่มีการใช้มากนัก จะมีเพียงระบบคมนาคมทางบกและทางน้ำที่เป็นที่นิยมใช้กันในอดีต จนเมื่อเกิดระบบรถรางขึ้นในปีพ.ศ. 2431 ที่จะเน้นการสัญจรและการของผู้คนมากกว่าการขนส่งอุปกรณ์และสินค้า จึงกล่าวได้ว่า ระบบรถราง เป็นระบบขนส่งมวลชนสายหลักของเมืองไทย โดยจากข้อมูลที่ได้กล่าวไปข้างต้นทั้งหมดเราจึงได้ลองวิเคราะห์ประเด็นในการเลือกเส้นทางของสายต่างๆ มาดังนี้


การขยายตัวตามแม่น้ำสู่การขยายตัวกระจายสู่ทุกทิศทาง

การกลับมาของ รถราง ที่จะแก้ปัญหาในกทม. ?
จากข่าวการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ “โครงการรถไฟฟ้ารางเบา” ที่กทม. จะนำเข้ามาใช้ในเมืองในอนาคต ที่มีแผนนำร่องตามพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญใจกลางเมือง งบประมาณรวมกว่าแสนล้านบาท ที่จะมีลักษณะคล้ายกับระบบ Tram หรือระบบรถรางแบบเดียวกันกับในต่างประเทศ (อ่านบทความ เปิดแผนโครงการใหม่ “รถไฟฟ้ารางเบา” นำร่องราชประสงค์-จุฬาฯ คลิ๊ก!) ทำให้เกิดประเด็นที่ว่า ในอดีตประเทศไทยของเราก็มีระบบรถรางอยู่แล้ว จากที่ได้ทำการยกเลิกไป แล้วการจะนำกลับมาใช้ใหม่นี้จะเป็นเรื่องที่สมควรหรือไม่















