รถไฟฟ้า Light Rail บางนา-สุวรรณภูมิ (Update 2564)

ความเป็นมาของโครงการ

- ปี 2552 – นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ผู้ว่ากทม.สมัยนั้นคือ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เสนอโครงการ Monorail 3 สาย ได้แก่ สายสยาม-สามย่าน, สายบางนา-สุวรรรภูมิ และ สายยมราช ได้มีการปรึกษาเส้นทางการเดินรถกับบริษัท ไทยคอนซัลแตนท์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด
- ปี 2553 – มีการเปิดโอกาสให้เอกชนยื่นข้อเสนอพื้นที่ตามแนวรถไฟ เพื่อสร้างเป็นโรงจอดรถและศูนย์ซ่อม (DEPOT)ซึ่งระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร (BTS) ได้ยื่นข้อเสนอพื้นที่เพื่อสร้างเป็นโรงจอดรถและศูนย์ซ่อม
- ปี 2554 - มีการศึกษาเส้นทางเรียบร้อย และได้เปลี่ยนรูปแบบจาก Monorail เป็น Light Rail รอกระทรวงมหาดไทย (มท.) ยื่นข้อเสนอในที่ประชุมแก่ ครม. ในวาระสุดท้าย แต่มท.ไม่ได้ยื่นเรื่องเข้าที่ประชุม โครงการจึงหยุดชะงัก เพราะต้องรอรัฐบาลชุดใหม่ และต้องเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมอีกครั้ง
- ปี 2556 – มีการเปิดสัมมนารับฟังความเห็นจากบุคคลทั่วไปครั้งแรก หลังจากที่รถไฟฟ้าสายบางนา-สุวรรณภูมิมีการเปลี่ยนรูปแบบเป็น Light Rail transit รวมถึงรับฟังความเห็นของโครงการรถไฟอีกหลายสาย
- ปี 2557 - 2558 มีการเปลี่ยนรูปแบบจาก Monorail เป็น Light Rail เนื่องจาก Light Rail Transit จะสามารถรองรับคนได้จำนวนมากกว่า รวมถึงการเชื่อมต่อกับโครงสร้าง BTS สายสุขุมวิท ที่มีอยู่ด้วย ทำให้ต้องศึกษาเส้นทางใหม่ เพราะเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่กว่าแบบ Monorailทำให้ต้องศึกษาเส้นทาง และสภาพแวดล้อมเป็นอย่างดี เพื่อให้ส่งผลกระทบต่อการสัญจร และประชาชนให้น้อยที่สุดทั้งในช่วงเวลาก่อสร้าง และเมื่อเปิดใช้
- ปี 2559 – ได้รับหนังสือตอบกลับจากกรมทางหลวง (ทล.) ว่าไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่รัฐในการดำเนินการก่อสร้าง ต้องเวนคืนพื้นที่เอกชนเพื่อการก่อสร้างโครงการแทน เพราะเกรงว่าจะกระทบการจราจรบนถ.บางนา-ตราด โครงการจึงต้องศึกษาเส้นทางใหม่ เพื่อให้การเวนคืนที่ดินน้อยที่สุด และไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน แต่อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.)ได้อนุมัติเส้นทางโครงการรถไฟฟ้าสายบางนา-สุวรรณภูมิลงในแผนแม่บทระยะที่ 2 หรือ M-MAP 2ก่อนที่จะหมดวาระพรรคประชาธิปัตย์
- ปี 2560 – กทม.ได้มีการร่วมมือกับ องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) เพื่อพัฒนา M-MAP 2 โดยให้มีการศึกษาและทบทวนเส้นทางทั้งหมด รวมถึงเริ่มทำรายละเอียด Blueprint
- ปี 2561 – เมื่อ 30 เม.ย. 2561 ที่ผ่านมา มีการจัดสัมมนา The Blueprint For M-MAP 2 เพื่ออัพเดทความคืบหน้า และร่วมหารือ รับฟังความเห็นทุกภาคส่วน ซึ่งขณะนี้ Blueprint ได้ดำเนินการไปกว่า 80 % แล้ว แต่สายบางนา-สุวรรณภูมิยังไม่ได้ข้อสรุปว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบโครงการ
- เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 64 นายประพาส เหลืองศิรินภา ผอ.สำนักการจราจรและขนส่ง(สจส.) หน่วยงานในกทม.ที่เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ เปิดการประชุมเพื่อศึกษาโครงการรถไฟฟ้ารางคู่ขนาดเบา (LRT) สายบางนา-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมทั้งนำเสนอข้อมูลโครงการ ทบทวนผลการศึกษา รูปแบบรายละเอียดโครการ และสิทธิประโยชน์ที่ภาคเอกชนให้ความสนใจในการลงทุน โดยรับฟังความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากภาคเอกชน
Timeline การดำเนินโครงการ

- โครงการนี้มีผลการศึกษาที่ทำไว้ตั้งแต่ปี 2556 แต่ด้วยสถานการณ์ของประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป จึงนำโครงการนี้มาศึกษาใหม่ให้สอดคล้องกับบริบทในปัจจุบัน
- มิ.ย. 64 : ลงนามสัญญา
- มิ.ย. – ส.ค. 64 : ศึกษาทบทวนความเหมาะสมโครงการ
- ส.ค. – ธ.ค. 64 : ศึกษาความเหมาะสมของรูปแบบการให้เอกชนร่วมลงทุน
- ก.ย. 64 : สัมมนาปฐมนิเทศโครงการ
- พ.ย. – ธ.ค. 64 : สัมมนารับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน (Market Sounding Seminar), ทดสอบความสนใจของภาคเอกชน (Market Sounding Interview), สัมมนาสรุปผลการศึกษาโครงการ
- ม.ค. 65 : จัดทำเอกสารพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 ในหมวดที่ 4 ส่วนที่ 1 การเสนอโครงการ
- ก.พ. 65 : กทม.เสนอโครงการเข้าครม. เพื่ออนุมัติโครงการ ใช้ระยะเวลาประมาณ 1 ปี
- ปี 66 - 67 : จัดทำเอกสารร่วมลงทุนและหาผู้ร่วมลงทุน ใช้เวลาประมาณ 1 ปีครึ่ง
- ปี 68 - 72 : ดำเนินการก่อสร้างและทดสอบระบบของโครงการ ใช้เวลาประมาณ 4 ปี
- ปี 72 : เปิดให้บริการระยะแรก บางนา-ธนาซิตี้
ผลประโยชน์เมื่อรัฐและเอกชนร่วมผลักดันโครงการ

- ในเบื้องต้น กทม. มีแนวคิดจะเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนรูปแบบ PPP Net Cost ระยะเวลา 30 ปี ก่อสร้างและรับสัมปทานเดินรถ ซึ่งเป็นการร่วมทำงานระหว่างภาครัฐและเอกชนที่ก่อให้เกิดประโยชน์ดังนี้
- สร้างความคุ้มค่า เนื่องจากทั้งภาครัฐและเอกชนจะได้ทำงานที่แต่ฝ่ายเชื่ยวชาญ ทำให้งบประมาณที่ลงทุนและทรัพยากรที่ดำเนินการในโครงการนี้ เกิดความคุ้มค่าและประโยชน์สูงสุด
- ส่งเสริมการใช้ระบบราง ด้วยศักยภาพของเอกชนที่มีความสามารถในด้านการตลาดและการให้บริการ ทำให้เป็นการดึงดูดและส่งเสริมให้ประชาชนใช้การขนส่งทางรางที่มากขึ้น
- เพิ่มช่องทางและโอกาสให้กับทางภาคเอกชนในการผลักดันโครงการและธุรกิจ
- สนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศ โครงการนี้เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาโครงการ ทำให้เป็นการส่งเสริมระบบเศรษฐกิจของประเทศ
รูปแบบรฟฟ.ของโครงการ

- รูปแบบรฟฟ.ที่ทางโครงการเลือกคือ รฟฟ.รางเบา ขนาดราง 1.435 ม. ความเร็ว 80 กม./ชม. ใช้ระยะเวลาเดินทางไป – กลับ 56 นาที คาดว่าสามารถรองรับผู้โดยสารประมาณ 15,000-30,000 คน/ชม.
- ระบบการเดินรถ มีระบบควบคุมการเดินรถอัตโนมัติ เดินรถ 2 ทิศทางร่วมการเดินรถทางเดียว
- สถานีเป็นรูปแบบยกระดับทั้งหมด 14 สถานี แบ่งเป็นยกระดับแบบเสาเดี่ยว 10 สถานี, ยกระดับแบบเสาคู่ 3 สถานี และ ยกระดับแบบเตี้ย 1 สถานี

- สถานีประภามนตรี
- สถานีบางนา - ตราด 17
- สถานีวัดศรีเอี่ยม
- สถานีเปรมฤทัย
- สถานีบางนา - ตราด 6
- สถานีบางแก้ว
- สถานีวัดสลุด
- สถานีกิ่งแก้ว
- สถานีมหาวิทยาลัยเกริก
- สถานีสุวรรณภูมิใต้

- สถานีบางนา - ตราด 25
- สถานีกาญจนาภิเษก
- สถานีธนาซิตี้

- – สถานีบางนา

- ปัจจุบันตามแนวเส้นประสีแดง กทม.ได้ทำการก่อสร้างเสร็จแล้ว
- โครงการจะก่อสร้างทางเลื่อนอัตโนมัติ Walkalator LRT ตามแนวเส้นปะสีเขียว ระยะทางประมาณ 150 ม.
- สิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ลิฟท์และทางลาด บริเวณเส้นปะสีเหลือง
รายละเอียดโครงการ

- โครงการรถไฟฟ้ารางคู่ขนาดเบา (LRT) สายบางนา-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อยู่ภาตใต้ความรับผิดชอบของสำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) ที่เป็นหน่วยงานในกทม. โดยโครงการนี้งบประมาณอยู่ที่ 135,688 ลบ.
- สามารถเดินทางไปสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้รวดเร็ว
- เชื่อมต่อการเดินทางในพื้นที่กทม.และสมุทรปราการ ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการเดินทาง
- เพิ่มศักยภาพระบบขนส่งทางราง โดยจะเชื่อมต่อกับโครงข่ายรฟฟ.เส้นทางหลัก เกิดศักยภาพการเดินทาง
- ลดการใช้รถยนต์ ส่งเสริมการใช้รฟฟ. นอกจากนั้นยังรถมลพิษทางอากาศเนื่องจากควันของรถยนต์
แนวเส้นทาง
- เริ่มต้นบริเวณสี่แยกบางนา มุ่งไปทางทิศตะวันออก ทางคู่ขนานถนนบางนา - ตราด ผ่านทางแยกต่างระดับศรี่เอี่ยม เข้าสู่เขต จ. สมุทรปราการ ทางแยกต่างระดับกาญจนาภิเษกฝั่งตะวันออก ถึงทางแยกต่างระดับกิ่งแก้ว แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสุวรรณภูมิ 3 และสิ้นสุดเส้นทางที่สนามบินสุวรรณภูมิด้านทิศใต้ รวมระยะทาง 19.7 กิโลเมตร
- แบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 จากแยกบางนา - ธนาซิตี้ จำนวน 12 สถานี ระยะทาง 14.6 กม. และระยะที่ 2 จากธนาซิตี้ - สุวรรณภูมิด้านใต้ จำนวน 2 สถานี ระยะทาง 5.1 กม.และมีศูนย์ซ่อมบำรุง 1 แห่ง บริเวณสถานีธนาซิตี้
ระยะที่ 1 : แยกบางนา - ธนาซิตี้

- สถานีบางนา : อยู่ใกล้บริเวณสี่แยกบางนา จุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีบางนา โดยมีสกายวอล์กเชื่อมที่บริเวณอาคารไบเทค บางนา
- สถานีประภามนตรี : อยู่ใกล้กับรร.นานาชาติเบิร์คลีย์ และ รร.ประภามนตรี
- สถานีบางนา - ตราด 17 : อยู่บริเวณปากซ.บางนา - ตราด 17 และเชื่อมต่อไปซ.อุดมสุข 42
- สถานีบางนา - ตราด 25 : อยู่ใกล้กับห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี และเซ็นทรัล บางนา
- สถานีวัดศรีเอี่ยม : อยู่ที่บริเวณทางแยกต่างระดับศรีเอี่ยม และเป็นจุดเชื่อมต่อกับรฟฟ.สายสีเหลือง สถานีศรีเอี่ยม
- สถานีเปรมฤทัย : อยู่ตรงข้ามกับอาคารเนชั่น
- สถานีบางนา - ตราด 6 : อยู่บริเวณซ.บางนา - ตราด 6
- สถานีบางแก้ว : อยู่บริเวณด่านบางแก้ว
- สถานีกาญจนาภิเษก : อยู่ตรงข้ามกับเมกา บางนา
- สถานีวัดสลุด : อยู่บริเวณซ.วัดสลุด กับ ห้างบุญถาวร
- สถานีกิ่งแก้ว : อยู่บริเวณหน้าตลาดกิ่งแก้ว
- สถานีธนาซิตี้ : อยู่บริเวณหน้าหมู่บ้านธนาซิตี้ และ ศูนย์ซ่อมบำรุงโครงการ
ระยะที่ 2 : ธนาซิตี้ - สุวรรณภูมิด้านใต้

- สถานีมหาวิทยาลัยเกริก : อยู่บริเวณมหาวิทยาลัยเกริก
- สถานีสุวรรณภูมิใต้ : อยู่ภายในพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิด้านทิศใต้
- คาดเปิดให้บริการปี 2578

Mega Projects
รอบสายรถไฟฟ้า บางนา-สุวรรณภูมิ














